แต่งหน้ารับปริญญาในโทนสีชมพู PINK PINK !!

สวัสดีจ๊าาาาาเพื่อนๆ


ห่างหายจากวงการโพสฮาวทูไปนานเนื่องด้วยกล้องพัง เลยอดบ้าพลังไปพักใหญ่ แต่ในที่สุดก็ได้คลอดฮาวทูแต่งหน้ารับปริญญาแบบเต็มรูปแบบ หลังจากที่เคยทำ mini guide ก็มีรีเควสขอแบบเต็มรูปแบบมา วันนี้เลยจัดให้ แถมได้น้องเกด น้องสาวที่น่ารักและนิสัยดีอาสามาเป็นเหยื่อให้ด้วย ซึ่งน้องเกดเองก็จะรับปริญญาเดือน ธ.ค. ที่จะถึงนี้ อิฉันก็ขอแสดงความยินดีกับน้องเกด และบัณฑิตใหม่ที่รับปริญญาไปแล้ว และ กำลังจะรับปริญญาในอนาคตด้วยนะคะ

โทนสีแต่งหน้ารับปริญญา ที่แต่งแล้วดูสวยเป็นธรรมชาติก็จะมี ชมพู,ส้ม,พีช(ส้มอมชมพู) และ น้ำตาลทอง ค่ะ

แหม่มร่างโทนสีการแต่งหน้าไว้ทั้ง 4 แบบรวมถงเครื่องสำอางค์ที่ใช้แต่งในแต่ล่ะแบบโทนสี ถ้าใครสนใจก็หลังไมค์มาได้คะ ยินดีแจกให้ฟรีทางอีเมลล์


โทนสีที่อิฉันเอามาเสนอหน้าวันนี้ก็คือโทนชมพูนะคะ เพราะน้องเกดเค้าหน้าหวาน บวกกับนิสัยเรียบร้อยเลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับสีชมพูหวาน และลุคแบบใสๆ

 แหม่มลงสีเครื่องสำอางค์จริงบนกระดาษ อาศัยการวาดมือเอา เพราะว่าปึกเหลือเกิ๊นนนกับการใช้ illustrator ยกเว้นสีปากนะคะที่ไม่ใด้ใช้เครื่องสำอางค์จริงลงสี

มาเริ่มกันเลยดีกว่าาาาาาาาาาาาาาาาา ถือโอกาสรีวิวเครื่องสำอางค์ที่ใช้บางส่วนไปด้วยเลยก็แล้วกัน


Before : เหยื่อของเฮาวันนี้ผิวหน้าค่อนข้างดี ไม่แห้ง ไม่มันเป็นผิวแบบธรรมดา ไม่มีริ้วรอย หรือจุดด่างดำ แต่มีปัญญา สิวเม็ดเล็กๆที่หน้าผาก และกระเล็กๆ ตามผิวหน้า ซึ่งสามารถปกปิดได้ด้วยรองพื้น

ผิวหน้า



ทาครีมบำรุงและครีมกันแดดรอให้ครีมซึมซับลงผิวดีแล้ว ก็ตามด้วยเบสใสก่อนลงรองพื้น เพื่อช่วยให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้นจะได้แต่งหน้าได้ง่ายขึ้นและช่วยให้เครื่องสำอางค์ติดทนขึ้นด้วยอีกต่างหาก

Review :วันนี้แหม่มลงเบสใสของโมเดลโคให้น้องค่ะ หลังจากเบสของ smashbox หมด เลยมีโอกาสได้ซื้อตัวนี้มาลอง เทียบกันแล้วตัวนี้เกลี่ยง่ายกว่า เพราะเนื้อเหลวกว่า และบรรจุภัณฑ์เป็นพลาสติกแบบหลอดบีบได้ อันเก่าของ smashbox เป็นแบบขวดแก้วต้องปั้มเอา ซึ่งหลังจากใช้ไปสักพักก็จะปั้มไม่ขึ้น ลำบากอิชั้นต้องสรรหาวิธีจกเบสจากขวดขึ้นมาใช้อี๊กก



หลังจากนั้นก็ลงรองพื้น 5 จุดแล้วใช้แปรงเกลี่ยให้เนียนทั่วหน้า ตรงไหนที่ต้องปกปิดเป็นพิเศษ ค่อยใช้ดัชนีนางกดรองพื้นซ้ำเป็นจุดๆไปจะได้ไม่หนักหนังหน้าน๊ะ

Founadation review : ได้ยินกิตติศัพท์รองพื้นเอสเต้มานาน ว่าเนียนและติดทน เหมาะกับการปกปิด มากหน่อย และเน้นให้ติดทน เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับการเอามาแต่งหน่ารับปริญญาวันนี้ใช้รุ่น double wear เทียบกะของ covermark ที่ว่าดีแล้ว เราว่าตัวนี้ของเอสเต้ติดทนนานกว่านะคะ อ้อ อิฉันสอยรุ่นปกปิดแบบ maximumของ เอสเต้มาด้วยเทสแล้วว่าเนียนโคตรๆ เหมาะกับการใช้รองพื้นออกงาน แบบคือให้รู็ว่าทาแล้วเนียนน แต่มันก็ไม่ดูหนานะ แค่รู็สึกว่าเอ้ยมันเนียนผิดปกติ เหมาะกับคนที่ต้องการปกปิดมากๆ ถ้าอยากได้แบบใสๆ รองพื้นของ ลูนาซอล ดีกว่าคะ เนียนจะบางกว่า เหมาะกับการใช้ทุกวัน รูปรีวิวด้านล่างเลยจ๊า





ที่วงๆใว้คือบริเวณกักกันไว้เพื่อทดสอบประสิทธิภาพรองพื้นตัวนี้ไว้นะคะ จะสังเกตุได้ว่า After รอยเส้นเลือดมองไม่เห็นแล้วคะ เนียนดีทดลองทาแต่งหน้าออกไปลัลล้าท้งวัน ไม่มีลอกล่อนหรือเป็นคราบแตกลายงาแต่อย่างใด ถือว่าผ่านการทดสอบค่ะ :)

กลับมาที่น้องนางแบบ

เพิ่มมิติให้ใบหน้าด้วยเฉดดิ้งที่ข้างแก้มและสันจมูก หน้าจะได้ดูคมมีมิติมากขึ้น แหม่มใช้เฉดดิ้งArty เหมือนเดิม เพราะมันเนื้อเนียนบางเกลี่ยง่าย ให้สีเป็นธรรมชาติ ตัวนี้ใช้หมดไปหลายตลับแล้วค่ะ




ลงไฮไลต์ให้ผิวสว่างขึ้นที่ใต้โหนกคิ้วและสันจมูก แหม่มแอบบลงตรงรอยหยักของขอบปากด้านบนนิดหน่อยด้วย เพราะมันจะทำให้ขอบปากดูเชิดขึ้น น่ารักดี แหม่มใช้eyecream ของ shisedo มาทำไฮไลต์



หลังจากนั้นก็เหมือนเดิมชุบแป้งทอดดด ด้วย แป้งฝุ่น LM

แก้ม

ปัดแก้มด้วยสี Orgasm ของ NARS + OP จะได้แก้มระเรื่อๆออกสีชมพูหวานๆ แพร่บ แพร่บบบ ( แอบเลียจอคอมพิวเตอร์)

คิ้ว


เขียนคิ้วให้ได้รูปด้วยสีน้ำตาล เพราะวันรับปริญญาต้องทำผมสีเข้ม แต่น้องเกดยังไม่ได้ย้อมผมสีเข้มเลยอาจจะดูขัดๆนิดนึงกับลุครับปริญญา แต่ว่าใให้อภัยได้คับ เพราะว่าน้องเค้าสวย ฮ่า ฮ่าาา

เปลือกตาด้านบน

  1. ทาสีชมพูอ่อน(1) ให้ทั่วเปลือกตาตามรูปเลยจ๊ะ
  2. ทาสีชมพูเข้ม(2) ตรงรอยพับของเปลือกตาแล้วเกลี่ยให้สีเนียนกลมกลืนกัน
  3. ลงสีน้ำตาลทอง(3) ที่หางตา อาจจะลงสีนี้ตรงเปลือกตาด้านบนแถวๆบริเวณหัวตาด้วยตาจะดูลึกมีมิติและดูกลมขึ้น
ตาล่าง

  1. ทาสีขาว(1) ที่หัวตาไปประมาณ 1/3 ของความยาวรูปตา
  2. ลงสีน้ำตาลทอง(2) ที่หางตา 2/3 ของความยาวรูปตาด้านล่าง



  1. กรีดขอบตาด้วยเจลอายไลน์เนอร์สีดำ แหม่มใช้ของ Etude
  2. เอาคัตตอนบลัชแต้มสีน้ำตาลเข้มหรือดำมาเกลี่ยเส้นขอบตาตรงหางตาให้ดูฟุ้งๆ
ขนตา



  1. ดัดขนตาให้งอนด้วยที่ดัดขนตาของ shu
  2. ปัดขนตาให้ดกดำและดูงอนงามด้วยเจ้ามาสคาร่าอ้วนดำของ maybeline ของดีราคาไม่แพง

บางคนอาจจะจบขั้นตอนการแต่งตาที่ตรงนี้ถ้าชอบลุคใสๆนะคะ แต่แหม่มอยากให้น้องถ่ายรูปออกมาสวยเลยเพิ่มขนตาปลอมให้น้องเค้าด้วย เพราะตอนถ่ายรูปสีที่เราแต่งหน้าไว้จะดรอบลงจากปกติ 20-30% ยังไงรูปถ่ายเราต้องเก็บไว้ดูชั่วลูกชั่วหลานอ่ะนะ ขอสวยในรูปไว้เป็นหลักก็แล้วกัน ฮ่าๆ

ตัดขนตาปลอมเอามาใช้แค่ครึ่งแผลติดเฉพาะตรงหางตาก็พอคะจะได้ลุคหวานปนเฉี่ยวเล็กๆและดูเป็นธรรมชาติ หลังจากนั้นก็กรีดอายไลน์เนอร์เส้นเล็กๆแบบน้ำสีดำลงไปเพื่อปกปิดรอยแนวกาวติดขนตาปลอม

ปาก


ถ้าอยากได้ลุคใสๆ ก็ลง tint แล้วตามด้วยลิบกลอสแบบในรูปtint สีกุหลาบแดงอมชมพูดูสวยงาม แต่ข้อเสียก็คือ การลงสีแบบนี้สีจะอยู่ได้ไม่นานค่ะต้องคอยเติมระหว่างวัน ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าจะมีเวลาว่างมานั่งเติมสีปากหรือเปล่า มีอีกวิธีนึงที่จะทำให้สีปากเราไม่ซีดจางได้ง่ายๆก็คือ.......... แต่น แตน แต๊นนนนนนนนน


เอาดินสอเขียนขอบปากมาใช้ทาให้ทั่วปากแทนลิปสติก รับประกันว่าติดทนนานค่ะ รีวิวสีไว้ด้านบนนะคะ
++++++ จบขั้นตอนการแต่งหน้าทั้งหมดแล้วจ๊า++++++

ผลงานหลังแต่งก็เป็นเยี่ยงนี้แล..............

สวยหวานในโทน PINK PINK


เทียบรูป BEFORE & AFTER ให้ดูคะ


ทดลองถ่ายภาพในแสงที่แตกต่างกัน

 แสงธรรมชาติในที่ร่ม


ในที่ร่ม



กลางแจ้งประมาณเที่ยงๆ



กลางแจ้งอีกภาพค่ะ


ภาพนี้ยิงแฟลชกลางแจ้งค่ะ

ขอให้ฮาวทูนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการใช้โทนสีแต่งหน้ารับปริญญาแล้วกันนะคะ ยังไงการแต่งหน้าก็ไม่มีแบบแผนที่ตายตัว เราสามารถเอาไปปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบของเราได้อีกเยอะแยะคะ

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ล่วงหน้าด้วยนะคะ
ต้องขอขอบคุณน้องเกดที่หลวมตัวมาเป็นแบบให้ด้วยเด้อออออ พี่หล้าซาบซึ้งน้ำใจมากมาย

1 ความคิดเห็น:

Molly_Nanny กล่าวว่า...

มาทักทายคุณแหม่มค่า ตามมาจากจีบันเลย

หายไปนาน ฝีมือขั้นเทพเหมือนเดิม

รอดู How to คุณแหม่มนะค่า / แนน (nan_y)

แสดงความคิดเห็น

ผู้ติดตาม

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
หญิงสาว(เหลือน้อย)นางหนึ่ง ที่ไม่ค่อยอยากจะเครียดกับชีวิตถ้าไม่จำเป็น กิจกรรมสุดโปรดคือการโบ๊ะหน้าด้วยเครื่องสำงอางค์เพื่ออำพลางหน้าเหียกๆ ชอบร้องชอบเต้น(แต่ไม่เอาไหน) และชอบไปวัด เคยแต่งสโมกกี้อายตาดำปื้ดดดดดไปวัดหนนึง เล่นเอาพระสงฆ์องค์เจ้า อีกทั้งสามเณรประทับใจกันแบบไม่รู้ลืม